| - เอสเพรสโซ 2 ช็อต - น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ - ครีมเทียม 2 ช้อนโต๊ะ - นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็งบด 16 ออนซ์ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ยกเว้นนมข้นจืด เทลงใส่แก้วขนาด 16 ออนซ์ที่เติมน้ำแข็งเต็ม แล้วจึงค่อยๆเทนมข้นจืดตามลงไปจนเต็ม |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่สี่ในเอเชีย กาแฟส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยทำมาจากเมล็ดกาแฟที่นำมาจากแหล่งผลิตเดียว เช่นจากดอยอินทนนท์ ดอยวาวี หรือดอยช้าง กาแฟจากแหล่งดังกล่าวมีลักษณะเด่นอย่างชัดเจน เช่น ขม เข้มข้น ร้านกาแฟส่วนใหญ่แต่ละร้านจะขายกาแฟที่นำมาจากแหล่งผลิตเดียว คุณจึงเดาได้ว่ารสชาติของกาแฟแต่ละร้านจะมีรสชาติแบบไหน นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยจะแปลกใจในความเข้มข้นของกาแฟร้อนที่เขาสั่งมา ดื่ม ซึ่งเป็นปรกติของร้านกาแฟที่จะนำเอาเมล็ดกาแฟคั่วบดชนิดเดียวกับที่ทำกาแฟ เย็นมาทำเป็นกาแฟร้อน รสชาติของกาแฟร้อนจึงเข้มข้นมาก ในขณะที่เมล็ดกาแฟที่ถูกคั่วจนกลายเป็นสีดำนั่นเหมาะมากที่จะนำมาทำเป็นกาแฟ เย็น เนื่องจากน้ำแข็งที่ถูกผสมลงไปช่วยเจือจางความเข้มข้นจึงทำให้ได้รสชาติที่ พอเหมาะ นานกว่า 10 ปี ที่อัลติคอฟฟี่สรรหาและทดลองรสชาติของกาแฟจากแหล่งผลิตทั่วทุกแหล่งในภาค เหนือของประเทศไทย เราจึงได้ผสมผสานเมล็ดกาแฟจากหลายแหล่งที่มาเข้าด้วยกันจนได้กาแฟที่มีรส ชาติดีที่สุด ผลที่ได้คือเมล็ดกาแฟชั้นดีที่เรียกว่า กาแฟอัลติ หลังจากทำการผสมเมล็ดกาแฟแล้ว เรานำไปคั่วที่ความร้อนแต่งต่างกันเพื่อให้ได้กาแฟรสชาติอ่อน กลางๆ และเข้มข้น ให้คุณได้เลือกตามความชอบ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการผสมผสานให้เกิดความพิเศษในกาแฟเช่นนี้ ไม่เพียงแค่รสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น ยังไม่มีที่ไหนในโลกใบนี้ที่มีกาแฟรสชาติแม้แต่ใกล้เคียงกาแฟของเรา และเนื่องจากความสำเร็จของเราในประเทศไทย กาแฟอัลติกำลังขยายธุรกิจให้คุณหาซื้อกาแฟอัลติได้ทั่วโลก เรายังส่งออกกาแฟคั่บดและเมล็ดกาแฟดิบอีกด้วย ซึ่งคุณยังสามารถนำเมล็ดกาแฟของเราไปผสมกับเมล็ดกาแฟของคุณเพื่อให้เป็นกาแฟ แก้วพิเศษได้อีกด้วย |
10 สูตรกาแฟสดร้อน –เย็น
กาแฟคั่ว/นมสด100%/น้ำตาลทรายหรือทำเป็นน้ำเชื่อม/นมข้นหวาน/นมข้นชนิดไม่หวาน/แก้วสำหรับใส่เครื่องดื่มตามความชอบ
กาแฟกาแฟร้อนขนาด 8-10 ออนซ์/แก้วกาแฟ 3-4 ออนซ์ /แก้วตวงขนาด 2 ออนซ์ หรือจะมีตัวเลขความจุที่ 45 cc หรือ ml/ ช้อนคนกาแฟ
ก่อนอื่นสิ่งที่สำคัญสำหรับนำไปเป็นส่วนผสมหลัก คือ กาแฟเอสเปรสโซ่นั่นเอง
สูตรเอสเปรสโซ่ Espresso Recipes
• กาแฟคั่วกลาง Medium Roasted 10 กรัม/g, หรือ ประมาณ 1 ½ ช้อนตวงกาแฟบด หรือ
• กาแฟคั่วเข้ม Espresso Roasted 8 กรัม/g.
วิธีชง
นำ
กาแฟมาบดแล้วชงด้วยเครื่องชงกาแฟ กลั่นให้ได้น้ำกาแฟประมาณ 25 - 30 ซีซี
กาแฟเอสเปรสโซ่คือกาแฟที่จะนำไปเป็นส่วนผสมหลักในกาแฟสูตรร้อน-เย็นอื่นๆ
ที่จะนำมาให้ลองชงกันดูนะคะ
หลังจากชงกาแฟเอสเปรสโซ่ได้แล้ว ก็มาลองนำสูตรที่แนะนำและถึงแม้จะเป็นสูตรพื้นๆ แต่ก็น่าจะทำให้มือใหม่ๆได้ลองชงลองชิมนะ
*tip
น้ำหนักกาแฟคั่วจะมีน้ำหนัก-เบา ที่แตกต่างกันตามลักษณะการคั่ว
ดังนั้นการที่จะนำเอามาตรฐานน้ำหนักของกาแฟคั่วตัวใดตัวหนึ่งมาบอกเป็นตัว
เลขกำหนดว่า 8-10 กรัมนั้นจะเป็นค่าเฉลี่ย ของน้ำหนักกาแฟคั่ว
เมื่อนำมาบดจะให้ปริมาณผงกาแฟต่างกันไปด้วย จึงควรขอความรู้จากผู้สอนชงกาแฟ
หรือหากจะเรียนรู้ด้วยตนเองก้ไม่ยากเพียงแค่ใช้การตวงกาแฟที่บด
ด้วยการตักใส่ในตะแกรงที่มีตั้งแต่ 1-2 หรือจะมีคนแนะนำให้เลือก แบบ 3ชอท
มาใช้ซึ่งอันหลังเพิ่งจะได้ยินจากคนขายเครื่องชงที่แนะนำ
แต่หากรู้จักสังเกต ตระแกรง 1ชอทจะไม่ลึกเท่ากับ 2ขอท
เมื่อซื้อเครื่องชงมาจะมีมาให้ 2ขนาดคือ ตระแกรงแบบ 1และ2ชอท คือ
1ชอทสำหรับคนชอบกาแฟไม่เข้มเกินไปการตวงด้วยการตักกาแฟที่บดแล้วพอดีตระแกรง
แล้ว กดด้วยเทมเปอร์
อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นเหมือนกันสำหรับการใช้เตรียมกาแฟก่อนชง
ดังนั้นเมื่อจะบดกาแฟ
จะได้คำตอบว่าเครื่องรุ่นที่คุณใช้ควรบดกาแฟละเอียด-หยาบอย่างไรและจำเป็น
หรือไม่ที่ต้องกดด้วยตัวกดกาแฟ(เทมเปอร์)เพื่อช่วยให้เกิดแรงกดเมื่อนำไปชง
การไหลของกาแฟจะได้น้ำกาแฟที่เข้มขึ้น
ก็น่าจะอยู่ที่การทำความเข้าใจและรู้พื้นฐานของเครื่องชงที่คุณมีด้วยนะ
กาแฟคาปูชิโน่ Cappuccino Toffee Nut
กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ช็อท Espresso 1 Shot [Arabica 100%Medium Roasted]
น้ำเชื่อมกลิ่นท็อฟฟี่นัท 10 ซีซี Toffee Nut Syrup 10 ml.
ฟองนม Milk Frothing
(จาก
การนำนมสดมาเป่าด้วยเครื่องชงกาแฟ ที่จะมีท่อสำหรับเป่าลมร้อนได้
หรือจะอุ่นนมให้ร้อนแล้วนำมาตีด้วยเครื่อง ตีฟองนมมือ)
สามารถชมได้จากคลิปวีดีโอ
วิธีการชงกาแฟ
นำ
แก้วกาแฟขนาด 8 ออนซ์ นำมาอุ่นด้วยการใส่น้ำร้อนแล้วทิ้งไว้
ระหว่างที่เตรียมกาแฟมาชงด้วยเครื่องชง
เมื่อนำใส่ในหัวกรุ๊ปให้เทน้ำร้อนที่ใส่ในถ้วยกาแฟที่เตรียมไว้
เติมน้ำเชื่อมกลิ่นลงไปนำแก้วกาแฟไปรอง เมื่อได้กาแฟแล้วนำ
ฟองนมมาตักลงไปบนกาแฟ เวลาตักฟองให้พูนช้อน ให้ได้ฟองฟูบนน้ำกาแฟ
แล้วเติมน้ำนมลงไปเล็กน้อย จะโรยผงอบเชยป่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมและให้ได้อารมณ์ของกาแฟคาปูชิโน่ ที่ต้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆของ เครื่องเทศอย่างอบเชยป่น
**
หลายคนบอกอบเฃยบนฟองนมทำให้รู้สึกเหมือนดื่มกาแฟรสพะโล้
จริงๆแล้วอบเชยนั่นมีมากมายหลายชนิด ให้กลิ่นต่างไปตามแหล่งปลูก
ถ้าจะให้คิดก้คงไม่ต่างจากกาแฟสด ที่ปลูกกันหลายประเทศ
หรือแม้แต่ในประเทศไทย ก็ยังเถียงกันเรื่องกลิ่น
เรื่องรสชาติว่าอย่างโน้นอย่างนี้
อบเชยที่เป็นเครื่องเทศที่นำมาปรุงแต่งอาหารหรือนำมาใช้ในเครื่องดื่มเอง
ก็ต้องเลือกชนิดและควรรู้ว่าแต่ละที่มามันให้รสกลิ่นอย่างไร
แต่หากไม่ไปกังวลหรือจริงจังจนทำให้กาแฟหนึ่งถ้วยเป็นเรื่องใหญ่
อบเชยป่นที่ขายในซุปเปอรืในขวดหลากยี่ห้อ สามารถนำมาโรยได้
ก้ให้ดมกลิ่นก่อนที่ซื้อมาใช้เท่านั่นเอง
กาแฟม็อคค่าวนิลาครีม Mocha Vanilla Whipped Cream
กาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ชอท Espresso 2 Shot
โกโก้หรือช็อคโกเลตซอส 10 ซีซี Cocoa or chocolate Sauce 10 m
น้ำเชื่อมกลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา Vanilla syrup 1 tea spoon
วนิลาวิปปิ้งครีม Vanilla Whipped Cream
วิธีชง
เติม
ซอสโกโก้และน้ำเชื่อมกลิ่นลงไปในแก้ว แล้วชงกาแฟให้ได้ปริมาณ 50 ซีซี
แล้วบีบวิปปิ้งครีมลงไปบนกาแฟ
เวลาดื่มจะได้ความหอมของกาแฟและรสหวานมันของกาแฟที่ผสมไปด้วยวิปปิ้งที่
ละลาย ความชอบขึ้นอยู่กับผู้ดื่ม ที่ชอบความหวานมันของสูตรนี้นะคะ
กาแฟฮาเซนัท ลาเต้ Hazelnut Latte Coffee
กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ช็อท Espresso 1 Shot [Arabica 100%Medium Roasted or Espresso Roasted]
น้ำเชื่อมกลิ่นฮาเซนัท 10 ซีซี Hazelnut Syrup 10 ml.
ฟองนมร้อน Milk Stream
วิธีชง
เติม
น้ำเชื่อมกลิ่นแล้วชงกาแฟ เติมนมร้อนลงไป ประมาณ 5 ออนซ์
แต่งด้วยฟองนมเล็กน้อยหรือจะแต่งเป็นรูปต่างๆตามความถนัด หรือไม่ต้องก็ได้
ความ
ต่างของกาแฟสูตรลาเต้และคาปูชิโน่ ต่างกันที่ปริมาณของนมร้อน และฟองนม
โดยทั่วไปจะเป่าฟองนมให้เป็นฟองนมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
ไม่แยกชั้นฟองกับน้ำนม เมื่อเติมลงไปใน
ถ้วยกาแฟที่มีเอสเปรสโซ่แล้วจะได้กาแฟรสนม
นุ่มละมุนกรุ่นกลิ่นนมและกาแฟที่ลงตัว
ส่วนกาแฟคาปูขิโน่จะได้ความเข้มของกาแฟ ที่มีกลิ่นหอมของฟองนมและอบเชยป่น
ความเข้มข้นของกาแฟ ที่มีฟองนมเนียนอยู่ด้านบน จึงจะได้
2รสชาติกาแฟและฟองนมที่แยกกันชัดเจน
โดยทั่วไปการดื่ที่มีการเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลทรายเพื่อเพิ่มความหวานจะ
ไม่นิยมคนให้ฟองและกาแฟ ปนกัน
เพียงแค่จุ่มช้อนกาแฟลงไปคนในส่วนก้นแก้วให้น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมละลาย
โดยที่ไม่ให้ฟองนันแตกตัวไปปนกับน้ำกาแฟ
เวลายกขึ้นดื่มจะได้ย้ำกาแฟเข้มข้นตามด้วยฟองที่จะเข้าไผสมกันในปากเมื่อ
ดื่มจะได้รสกาแฟเต็มปากชุ่มคอตามด้วยหอมนมและรสมันของนมที่เป่าให้ได้ครีม
นม(ผู้เขียนไม่เก่งในการเขียนหรืออธิบายมากนัก
หากแต่ต้องชงและสัมผัสด้วยตนเอง
ถึงรสชาติกาแฟที่ชงให้ถูกต้องและดื่มให้เป็น
เท่านี้การมาถกเถียงถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เรายืมต่างชาติหรือเจ้าของ
วัฒนธรรมมาใช้คงจะลดลงหรือหมดไปสักที
*ถึง
อย่างไรใครจะชอบวิธีดื่มแบบไหน แบบที่เป็นตนเองก้ไม่มีกติกาห้าม
เพียงแต่หากดื่มแล้วไม่ถูกอกถูกใจ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการบอกหรือแนะนำตรงๆ
บอกความต้องการของคุณให้คนชงกาแฟรู้ จะดีกว่า
เพราะไม่มีใครรู้ใจใครโดยที่ไม่เรียนรู้กันก่อน
เจ้าของร้านกาแฟพร้อมที่จะทำให้ถูกใจคุณอู่แล้ว
การให้กำลังใจกันและกันเป็นสิ่งที่น่าทำเป็นที่สุด ผู้เขียนเชื่อว่า
ทุกคนอยากให้ลูกค้าประทับใจกาแฟที่เขาได้ชงทุกคน
กาแฟเอสเปรสโซ่คอน ปันนา Esprsso Con Panna
ส่วนผสม
กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ชอท Espresso 1 Shot [ Serve with 3 Oz cup ]
วิปปิ้งครีม Whipped Cream
วิธีฃง
อุ่นแก้วให้ร้อน ด้วยการเติมน้ำร้อนลงในแก้ว
เมื่อแก้วเริ่มมีความร้อนก็เทน้ำทิ้งไป แล้วนำแก้วที่อุ่นไปรองน้ำกาแฟ
แล้วบีบวิปปี้งครีมลงบนฟองกาแฟแบบในภาพ
ครีมจะละลายในกาแฟและเมื่อดื่มจะดื่มให้หมดด้วยควารวดเร็ว
จะไม่จิบแบบกาแฟร้อนอื่นๆ เพราะปริมาณของกาแฟที่เสิร์ฟด้วย ถ้วยเล้กๆ อย่าง
เอสเปรสโซ่ที่นิยมดื่มให้หมดเมื่อเสิรืฟ
เพราะหากปล่อยให้กาแฟเย็นลงทำให้รสชาตที่ดีหายไปได้
หรือใครอาจจะชอบดื่มกาแฟที่ไม่ร้อน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสั่งเอสเปรสโซ่ หรือ กาแฟถ้วยเล็กๆ อย่าง เอสเปรสโซ่คอนปันน่า หรือ เอสเปรสโซ่มัคคีอาโต้ แล้วมานั่งจิบทีละนิดเป็นแน่
* กาแฟเอสเปรสโซ่มัคคีอาโต้ หรือ Espresso Macchiato คือกาแฟเอสเปรสโซ่ ที่หยอดฟองนมลงไป เข้าใจว่าคนที่ชอบกาแฟดำถ้วยเล็กๆ แต่อยากเพิ่ม
ความมันจากครีมหรือฟองนม จึงเกิดสูตรนี้มา
แต่ส่วนความเป็นมาอย่างไรจะหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้
แต่นั่นสิคนเรานานาจิตตัง เหมือนกาแฟเข้มข้นๆอย่างเอส
เปรสโว่แต่เพิ่มความหอมมันจากวิปปิ้งครีม การดื่มเครื่องดื่มปรุงแต่งรส
ก้น่าจะมีผลมาจากวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ที่มีวัฒนธรรมการกิน
ดื่มที่แตกต่างกันไป
การที่มีการติดต่อระหว่างประเทส ก็เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ
การนำสิ่งที่เป็นต้นแบบมาปรับเปลี่ยนให้ถูกปาก
ถูกใจอย่างอาหารหรือเครื่องดื่มก็ต้องยืนพื้น
ให้ตรงกับลิ้นคนไทยเรา อย่างการกินอาหารรสเผ็ด แต่เรารับอาหารรสจืด
แต่ต้องมาปรุงรสให้มีความเผ้ดเค็มหรืออื่นๆเพิ่มขึ้น อย่างกาแฟเองคงจะไม่
ต่างไปมากนักกับการมาปรุงแต่งหรือ ปรับสูตร
แม้กระทั่งต้องคิดสูตรใหม่ๆที่ทำให้คนไทยอย่างเราๆรับได้ ต่างชาติก็เช่นกัน
ชอบอาหารไทยแต่ก็ยังต้องปรับรสเผ้ดให้ลดลง
ถ้าจะกินแบบคนไทยคงต้องใช้เวลานานพอสมควร เหมือนกาแฟเราที่รับมาเกือบ
100ปีแล้ว ยังปรับยังรับกันไม่ได้ทั้งหมดเลย อย่าคิดมากไปมัน
คือกาแฟ เราชอบแบบไหน
รสไหนก้สุดแท้แต่ความชอบของเราแต่อย่างไรก้ควรรู้พื้นฐาน
หรือความเป็นกาแฟของแต่ละสูตรไว้บ้าง จะได้นำมาลดหรือเพิ่มใน
แบบของเราได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ชงกาแฟแบบเข้าใจเครื่อง
เข้าใจกาแฟ(จริงๆเราต้องเข้าใจตนเองว่าทำอะไรด้วย)การชงกาแฟเอสเปรสโซ่ที่ดี
ได้เหมาะกับเครื่องชงที่ตนมี ก้คงพอจะให้นำเอสเปรสโซ่ไปผสม สูตรกาแฟเย็นอื่นๆ ที่จะนำมาฝากได้นะ
กาแฟม็อคค่าเย็น Ice Mocha Coffee Recipe
ส่วนผสม
ชง กาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ชอท (ใช้กาแฟบดประมาณ16-20 กรัม จะใช้คั่วกลางหรือเข้มก็ได้) ใส่ผงโกโก้และน้ำตาลทรายลงในถ้วยชงกาแฟตามด้วยเอสเปรสโซ่ที่ชงมาร้อนๆ ผสมลงไปคนจนละลาย เติมส่วนผสมอื่นๆลงไป คนจนเข้ากันดีเติมลงในแก้วกาแฟที่เติมน้ำแข็งไว้ พร้อมเสิร์ฟ สูตรนี้ใช้แก้วขนาด 16 ออนซ์ ม็อคค่าบราวแซนเย็นด์ Ice Mocha Brown sand Recipes
ส่วนผสม
วิธีชง
ผสมกาแฟเอสเปรสโซ่ และผงโอวัลลติน น้ำตาลทรายให้ละลายเข้ากัน เติมครีมเทียมข้นหวาน แล้วเทลงในแก้วที่ใส่น้ำแข็ง แต่งด้วยฟองนม
และผงโอวัลติน แบบในภาพ พร้อมเสิร์ฟ จะให้รสชาตที่หอมอร่อยทั้งกลิ่นและรส กาแฟบวกกับโอวัลตินที่ลงตัว ส่วนเรื่องความหวานก็เพิ่มหรือ
ลดลงตาแต่ความชอบ ใช้แก้วขนาด 16 ออนซ์นะคะ
กาแฟคาปูชิโน่เย็น Ice Cappuccino Coffee
ส่วนผสม
วิธีชง
ผสม
กาแฟเอสเปรสโซ่ น้ำเชื่อม นมข้นชนิดจืด คนให้เข้ากัน
เทลงในแก้วที่ใส่น้ำแข็งบด แต่งด้วยฟองนม โรยด้วยอบเชยป่นเล็กน้อย
พร้อมเสิร์ฟ
ใช้แก้วขนาด 16-18 ออนซ์
**กาแฟสูตรนี้มักจะมีการนำมาวิพากวิจารณ์กันถึงรสชาติและการชง อย่างโน้นอย่างนี้ ผู้เขียนก็พัฒนาตามสูตรร้อนที่มีอยู่แล้วนำมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อยส่วนกาแฟอีกสูตรคือลาเต้เย็น ที่มีปัญหาสำหรับคนชงกาแฟ ที่มักจะเจอเซี่ยนชั้นเทพบ้างละ รู้เฟื่องเรื่องกาแฟบ้างละ จริงๆแล้วผู้เขียนไม่ได้ไปคิดอะไรมากมายกับคำพูดต่างๆ แต่ก็นำมาปรับและแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มาเรียนชงเครื่องดื่มกับผู้เขียน เพราะทุกคนมีความชอบ ความพอใจในรสชาตกาแฟต่างกันไป แต่หากเราทำส่วนผสมให้ได้ดีรสชาตออกมาดี พอที่จะทำให้ลูกค้าพอใจ รับได้กับราคาที่สมเหตุสมผลราคาและบริการไปในทิศทางเดียวกัน ขนาดของร้านที่ดูธรรมดา ตกแต่งพอประมาณใช่ว่าจะบริการไม่ดีเท่าร้านใหญ่แบรนด์ดังๆไม่ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าที่จะให้คำตอบเราได้ทำหน้าที่ของเราในการชงกาแฟที่เน้นตามลูกค้าบ้างโดยต้องมีเทคนิคและความชำนาญในการแก้ไขปัญหาเพาะหน้า และการมีความรู้ความสามารถเฉพาะตัวในการทำให้ลูกพอใจ กาแฟจะชงแบบไหนก็อย่าให้ไกลจากต้นฉบับไปมากนัก อย่างน้อยการเคารพต้นแบบเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรจะทำ เพราะเราเอาสิ่งที่มาก่อนมาใช้ประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เรา การให้กลับด้วยการอ้างอิงถึงในทางที่ดี เป็นสิ่งที่งดงามเสมอสำหรับการได้อยู่ร่วมกัน ส่วนใครอยากมีสูตรใหม่ๆก็ไม่ผิดกติกามารยาทอีกเช่นเคย
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น